| Profil de archimedesชีวิตมันสั้น เน้นมันส์ไว...PhotosBlogListes | Aide |
|
30 juillet ดีเจเสียงใสๆ "...เพลงฮิท10เพลงรวดกันที่นี่ เวอร์จิ้นฮิท
ถ้าคุณต้องการฟังเพลงอะไรเชิญขอกันเข้ามาได้เลยค่ะ
ทาง 0-2***-**** หรือทางเอสเอ็มเอส **** เรียกเวอร์จิ้นวีอาร์อาร์
เราจะเปิดให้ฟังกันทันที บลาบลาบลาห่าเหวไปเรื่อยเปื่อย"
ทั้งหมดข้างบนนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ยัยคุณดีเจพล่ามออกมาตอนเพลงกะลังเล่น แล้วก็ไม่ใช่ช่วงไม่มีเสียงร้องนะ พูดแหม็งทั้งๆตอนที่กำลังร้องอยู่เลย - -"
กรูคงไม่โทร ไม่เอสเอ็มเอสไปขอเพลงหรอก
ถ้าขอไปแล้วได้ฟังแค่ครึ่งเพลงอย่างนี้
ถ้าจะโทรคงโทรไปให้คำแนะนำในการจัดรายการซะมากกว่าว่า...
คุณมรึงช่วยหุบปากไปได้มั้ย กรูจะเพลงเพลงนี้!!!
***เบส ออน กรูส์ สตอรี่ (เมื่อเช้านี้เอง)*** 1 juillet เทพแห่งการตั้งชื่อเคยได้ยินเรื่องเทพเจ้าต่างๆของเทพนิยายกรีกมั้ย
เทพเหล่านั้นนอกจากจะมีความโดดเด่นในเรื่องต่างกันไป เช่น โพไซดอนเป็นเจ้าสมุทร อธีน่าเป็นเทพสงคราม ฯลฯ
แล้วเทพทั้งหลายในเทพนิยายกรีกก็ยังมีอารมณ์ความรู้สึกไม่ต่างจากเราๆอีกด้วย
ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผมจะได้ไปรู้จักเอาเทพซักองค์สององค์บ้าง
ท่านเทพที่ผมจะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ท่านชื่อว่า “เทพจิรเดช” เป็นเทพแห่งการตั้งชื่อ
ในแต่ละวันท่านจะใช้ชีวิตเรียบง่ายเฉกเช่นคนทั่วไป
เป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดา ดูหนัง ฟังเพลง อ่านการ์ตูนไปเรื่อย
แล้วเมื่อไหร่ที่ท่านจะทำตัวให้สมกับที่เป็นเทพล่ะ
แฮ่ม ของอย่างนี้มันก็ต้องมีพิธีอัญเชิญกันหน่อยสิครับ อย่างน้อยท่านก็เป็นเทพนะครับ
ข้าวของที่ต้องใช้ในการเชิญท่านให้สำแดงอิทธิฤทธิ์ก็คือ...เหล้า
และถ้าจะให้พิธีดูขลังๆหน่อยก็ต้องมีลูกศิษย์ลูกหามานั่งล้อมวงอย่างน้อยๆก็3-4คน
อาหารมีได้ก็ดี เผื่อท่านและเพื่อนร่วมวง เอ้ย ลูกศิษย์ลูกหาจะหิว
และสิ่งสำคัญที่จะทำให้อิทธิฤทธิ์ของท่านจี๊ดโดนใจก็คือ “ผู้หญิง”
(ถ้าไม่มีความจี๊ดจะลดลงไปกว่าครึ่ง)
ครั้งล่าสุดที่ท่านได้กรุณาตั้งชื่อใหม่ให้แก่พวกเราเหล่าลูกศิษย์ก็คือที่พงัน
หลังจากท่านกรึ่มดีกรีไปพอสมควร ใครซักคนในวงก็เกิดอยากชมอิทธิฤทธิ์ของท่าน
เมื่อท่านตกลงปลงใจเลือกไอ้แยมเป็นคนแรก ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างที่ผมเคยได้ยินเสียงเล่าลือมา
ท่านยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ วางแก้วแล้วเอ่ยรูปประโยคที่ใช้ในการตั้งชื่อมงคล...
“รู้มั้ย ชื่อไอ้แยมน่ะ ไม่ใช่แยมธรรมดานะ แต่มันเป็น -แยมเค็ด-“ ไอ้แยมนั่งติดท่านเลยโดนก่อน
“รู้มั้ย ชื่อไอ้โจ๊กน่ะ ไม่ใช่โจ๊กธรรมดานะ แต่มันเป็น -โจ๊กน่าหมู - “ เวียนขวาต่อจากไอ้แยมก็ไอ้โจ๊ก
ถัดไปเป็นสาวเตยและสาวผึ้ง ซึ่งท่านว่าชื่อเดิมเป็นมงคลอยู่แล้วจึงข้ามไป
และคนสุดท้ายเด็ดสุด นอนอยู่กรุงเทพดีๆก็มีคนอยากเปลี่ยนชื่อให้มันซะงั้น
“รู้มั้ย ชื่อไอ้อั้นน่ะ ไม่ใช่อั้นธรรมดานะ แต่มันเป็น -อั้นด้วยความซึบ-” ...ฮาแตกกันทั้งวง 555+ 12 juin เสียวกลางสระย้อนไปเมื่อเดือนเศษในคืนวันที่กางเกงว่ายน้ำยังเหม็นใหม่
เวลาเกือบๆ3ทุ่มทำให้สระว่ายน้ำข้างออฟฟิศไร้ผู้คน
ยังมีหนุ่มรูปงามคนหนึ่งแหวกว่ายอยู่ในสระ
ผมจะขอเรียกเขาว่า"ฉัน"ละกันนะ
ขณะที่ฉันนั่งพักเหนื่อยแช่ตัวอยู่ที่บันไดทางลงสระ
เขาคนนั้นก็เดินสวนขึ้นไปจากน้ำ
หน้าตี๋ใส่แว่นแบบที่สาวๆชอบเลยว่ะ (ถามจริงพวกตี๋นี่หล่อตรงไหนฟะ)
ไหล่ค่อนข้างกว้าง ต้นแขนกระชับท่างจะมาว่ายบ่อยๆ
หน้าท้องถึงจะไม่ซิกส์แพ็คแต่ก็แบนราบน่าอิจฉา
และก้าวสุดท้ายที่จะทำให้สิ่งที่ฉันรอจะดูก็มาถึงแล้ว...
อืมมม ว่ายน้ำดึกคนเดียวมันก็ดีไปอีกแบบนะ
เงียบดี เหมือนว่ายในสระส่วนตัวเลย
แต่เสียอย่างเดียวอะดิ มันมืดๆ วังเวงไปหน่อยอะ...ฉันว่ายไปคิดไป
"เฮ้ยยยย จ๊ากกกกก แว้กกกกกกกก!!!!"
ฉันร้องในใจสุดเสียง...แถมหัวใจหยุดเต้นไปเกือบ2วิ
จะไม่ตกใจได้ไงฟะ อยู่ดีๆก็มีคนมาว่ายสวนในระยะซึ่งๆหน้า
ว่ายอยู่มืดๆคนเดียว อยู่ดีๆฟ้าก็ประทานคนมาว่ายเป็นเพื่อนแบบกะทันหัน - -"
สมองเพนเทียมทูรีบคิดประมวลผลทันที
แหม็งโผล่มาตอนไหนวะ ตอนลงมาในสระทำไมกรูไม่ได้ยินเสียง
แล้วทำไมแหม็งว่ายได้เงียบกริบหยั่งงี้
...และนี่มันก็ดึกแล้วนะเว้ย ใครเค้ามาว่ายน้ำกั๊นนน
นั่นแหละๆในที่สุดก้าวสุดท้ายที่ฉันเฝ้ารอก็มาถึง
เค้าจะรู้มั้ยนะว่าฉันเฝ้ามอง(เอ่อ...เรียกว่าจ้องก็ได้)อยู่
ตึกตัก ตึกตัก...เกิดอาการลุ้นๆคุณจะมีสิ่งที่ฉันอยากเห็นรึเปล่า หว่าวๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ฟู่...ค่อยยังชั่วที่แหม็งมีขา 3 juin ท้าชนน้องณีเคยเห็นสติกเกอร์ท้ายรถประมาณนี้มั้ย “รถคันนี้สี...”
แบบที่รถสีขาวแต่แปะสติกเกอร์บอกว่าสีดำน่ะ
ตอนแรกผมเข้าใจว่าเจ้าของรถทำไปด้วยความกวน
แต่มารู้เอาทีหลังว่ามันเป็นการแก้เคล็ดของคนที่ขับรถที่สีไม่ถูกโฉลกกับตัวเอง
...แก้เคล็ดด้วยการติดสติกเกอร์แค่นี้เนี่ยนะ - -"a
แก้ง่ายกว่าเคล็ดขัดยอกอีกเว้ย
ผมยอมรับนะว่าเชื่อเรื่องโชคลางบางอย่างเหมือนกัน
แต่ไอ้เรื่องสีนั้นสีนี้ทำให้คนเราซวยได้นี่ไม่เชื่อเด็ดขาด
แล้วพอดีออฟฟิศข้างๆเค้ามีตารางสีที่เป็นกาลกิณีของแต่ละวันติดอยู่
โดยผมคัดมาแต่ส่วนที่เป็นกาลกิณีนะ ดังนี้
จ. แดง อ. เหลือง ขาว พ. ชมพู พฤ. ม่วง ศ. ดำ น้ำตาล น้ำเงินเข้ม ส. เขียว อา. ฟ้า น้ำเงินสด
จริงๆเค้ามีสีที่ใส่แล้วดีอย่างงั้นดีอย่างงี้ไว้ด้วย
แต่นั่นเอาไว้ลองคราวหลังนะ ครั้งนี้ขอลุยกะความกาลกิณีซักตั้งก่อน
โดย3วันนี้ผมจะใส่สีที่เป็นกาลกิณีให้มากที่สุดและหลีกเลี่ยงการใส่สีที่เป็นมงคลต่างๆ
แล้วเรามาดูกันนะว่า3วันนี้ผมจะซวยขนาดไหน
3 มิถุนายน 2549
เสื้อสีเขียว กางเกงสีครีม กกน.สีขาว ริสต์แบนด์เหลือง
สีเขียวเป็นกาลกิณี นอกนั้นไม่มีสีใดตรงกับสีมงคล
ทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนทุกวัน
ไม่มีอะไรที่ดี ไม่มีสิ่งที่ร้าย
การทดลองวันแรกผ่านไปด้วยดี น้องณีโดนนำ 1-0
4 มิถุนายน 2549
เสื้อฟ้า กางเกงฟ้า กกน.น้ำเงินอ่อน ริสต์แบนด์ฟ้า
ฟ้าเต็มที่ กาลกิณีเต็มพิกัด
อืมมม วันนี้โดนคนขอให้ช่วยทำงานอะ
แล้วมันเป็นเรื่องไม่ดีรึเปล่า...ก็เปล่า
แต่คนขี้เกียจอย่างผมก็ไม่ได้ชอบนักหรอก
งั้นวันนี้เอาเป็นว่าเสมอ 0-0 นะ สกอร์รวมน้องณียังโดนนำ 1-0
5 มิถุนายน 2549
วันนี้กางเกงที่มีมันมีแต่สีมงคล(บลูยีนส์)แฮะ
งั้นวันนี้เปลี่ยนแผนนิดนึงมาใส่แต่สีมงคลละกัน
สีฟ้าและสีน้ำเงินสดดีทางด้านผู้อุปถัมภ์สำหรับวันจันทร์
การแต่งตัววันนี้เลยสีเดียวกะเมื่อวานเป๊ะๆเลย - -"
และในมื้อเย็นนั่นเอง โซ้ยเจ็ก(น้องชายพ่อ)ก็พาไปเลี้ยงฮอทพอท
แต่ผมก็ไม่ได้เชื่ออีกนั่นแหละเพราะส่วนตัวคิดว่าเรื่องดีๆมันพร้อมจะเข้ามาในชีวิตตลอดอยู่แล้ว
6 มิถุนายน 2549
เสื้อขาว กางเกงฟ้า กกน.ดำ ริสต์แบนด์ฟ้า(ลืมเปลี่ยนเป็นสีขาว - -")
วันนี้ต้องไปเปลี่ยนชื่อผู้ใช้น้ำ-ไฟฟ้าให้ลูกค้า
แหม่ วันนี้จะได้ลองของกะหน่วยงานราชการเลบวุ้ย
ไหนดูดิ๊ขาวกาลกิณีจะให้ผลออกมาแบบไหน
ที่แรก การไฟฟ้า - เอกสารทั้งหมดมีแต่ลายเซ็นของลูกค้า จนท. รับไปแล้วก็...
ไม่ว่าอะไรซักคำ แถมยังกรอกรายละเอียดให้จนครบด้วย เยสสส!!!
ที่ต่อไป การประปา - ไม่ได้กรอกอะไรไปเลยอีกเหมือนกัน จนท. รับไปดูแล้วบอกว่า...
ขาดหนังสือมอบอำนาจไปใบนึง แล้วก็ไม่ได้บ่นเรื่องไม่ได้กรอกรายละเอียดเลย
แต่ไอ้หนังสือมอบอำนาจนี่ดิจะไปหามาจากไหนฟะ
ลูกค้าทำงานอยู่นู่นนนน ฉะเชิงเทรา!!!
เฮ่ย ไม่เป็นไรน่า วิธีแก้มันยังมีอยู่
ตอนนั้นเวลาประมาณ 11.20 มั้ง ผมก็ตีหน้าเรียบๆแล้วถามเค้าไปว่า
"หยุดพักเที่ยงรึเปล่าครับ" พอได้คำตอบว่าไม่หยุดผมก็เดินไปที่ตึกติดๆกัน
แล้วก็ลงมือปลอมลายเซ็นลูกค้า อิอิ
ปลอมออกมาแบบที่...เอ่อ...ใครดูดีๆก็รู้ว่าปลอมน่ะ แหะๆ
จากนั้นก็นั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆรอฤกษ์งามยามดี
11.55 เอาล่ะ ถ้าขับรถก็คงไป-กลับฉะเชิงเทราพอดีและ ลุยเลยละกัน
ยื่นเอกสารไปให้ ใจเต้นตึกตักอย่างคนเพิ่งทำผิดกฎหมาย - -"
ก้มมามองเสื้อขาวแว้บนึง "มาวัดกันซักตั้งดิ๊"
แล้ว จนท. ก็เรียกผมขึ้นมา...ให้เซ็นชื่อเป็นหลักฐานในการมาติดต่อ
จะว่าอะไรผมมะ ถ้าวันนี้จะขอใส่คะแนนให้น้องณีโดนถล่ม 5-0 อะ อิอิ
และแล้ว 3 วันอันตรายก็ผ่านไปโดยน้องณีโดนยำไป 6-0
อย่างไรก็ตามการท้าทายความกาลกิณีอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงอยู่
ทางที่ดีอย่าเอาไปลองเลยนะครับ ยกเว้นว่าคุณจะเป็นคนเหนือดวงอย่างผม
แล้วไว้ได้เจอนายดวงเมื่อไหร่ผมจะลองลุยกะมันซักตั้งนะ 555+
28 mai ใจสั่งเลิก“ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว” “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก” สำนวนเหล่านี้บ่งบอกถึงความสำคัญของใจได้ดี และใจของเรานี่เองที่เป็นตัวกำหนดว่าเราจะทนหรือไม่ทนกับสิ่งใด เหมือนกับที่ใจของผมไม่ยอมทนกับสิ่งนึง...
ตอนไปเที่ยวพงันผมได้คุยกับไอ้จีว่าหลังกลับมาแล้วเราจะไปเตะบอลกัน สนามที่จะไปเตะเป็นสนามใหญ่ดังนั้นผมเลยจำเป็นต้องมีการเรียกความฟิตซะหน่อย ผมขอเวลาเรียกความฟิตเป็นเวลาสองสัปดาห์ หลังจากนั้นผมจะไปโชว์ฟอร์มระดับรอย คีน2ให้มันดู และเมื่อผมเริ่มวิ่งเป็นวันแรก 2 นาทีผ่านไป สมอง “ยิ่งเราฟิตมากเท่าไหร่ ตอนเราเล่นก็ยิ่งดีเท่านั้น สู้ๆเว้ย” ปอด “สู้โว้ย!!!” ขา “สู้โว้ย!!!” ใจ “อืมๆ”
10 นาทีผ่านไป สมอง “10นาทีก็ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เลยนิ” ปอด “เทียบกะตอนว่ายน้ำแล้วสบายกว่าเย้อ 555” ขา “ชิวๆ” ใจ “กีฬาห่าอะไรวะ วิ่งแม่งอยู่คนเดียว น่าเบื่อชิบเป๋ง”
20 นาทีผ่านไป สมอง “วันแรกเรายังวิ่งกันได้ขนาดนี้ สงสัยไม่ต้องรอถึง2อาทิตย์แล้วเว้ย” ปอด “ระดับการหายใจปรกติ” ขา “ครึ่งชั่วโมงผมก็วิ่งไหว” ใจ “เบื่อว่ะ”
22 นาทีผ่านไป สมอง “นัดแรกกูจะอ่านเกมให้ขาดกระจุย” ปอด “เออ เล่นไปๆ เรื่องหอบไม่ต้องพูดถึง” ขา “รับรองผมไล่บอลได้ไม่มีหยุด” ใจ “เบื่อโว้ยยยยยยย”
23 นาทีผ่านไป สมอง “วันนี้เราจะวิ่งกันจนกว่าจะตายกันไปข้างเลยนะ” ปอด “วิ่งทั้งวันกูก็ไม่ตายวะ” ขา “ผมก็ยังไหวนะ” ใจ “เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
24 นาทีผ่านไป สมอง “วันแรกยังวิ่งได้ขนาดนี้ เราจงภูมิใจในตัวเองเถอะ” ปอด "ภูมิก็ภูมิ" ขา "โอ้ย สุดๆ" ใจ “เบื่อสาดดดด”
25 นาทีผ่านไป สมอง “วันแรกพอแค่นี้ก่อนละกัน ยังมีเวลาให้วิ่งอีกหลายวัน” ปอด “หยุดก็หยุดวะ” ขา “หยุดก็ดี ผมก็ปวดไปหมดแล้วเนี่ย” ใจ “เออ น่าจะเลิกวิ่งแม่งตั้งนานแล่ว” 13 mai she's the cactus and he's the mushroom#จบโชคดีที่คราวนี้อาม่านอนโรงพยาบาลเพียง3วันก็ออกมาได้
ผมกลับมาที่ออฟฟิศตอน2ทุ่ม หลังจากเก็บของอะไรเรียบร้อย
ผมก็ออกไปด้อมๆมองๆแถวๆกระถางของทั้งคู่ เสียงกวนๆของพี่เห็ดก็ทักขึ้นมา
"ดึกแล้วยังมาแอบมองอะไรฟะไอ้น้อง เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว"
"เออดี ยังกวนไหว แปลว่ายังไม่เป็นไรมาก" ผมนึกในใจ ส่วนที่พูดออกไปก็คือ
"เจอกันพรุ่งนี้ตอนรดน้ำนะพี่"
หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จผมถือฝักบัวมารดน้ำเช่นเคย
ในใจก็นึกอยู่ว่าวันนี้จะคุยกันเรื่องอะไรดีน้า
แต่พอเดินไปเห็นทั้งคู่ผมก็ดีใจ อย่างน้อยก็มีอะไรให้ทักแล้วฟะ อิอิ
"พี่เห็ดนอนหรอ"
"... ... เปล่าจ้ะ เห็ดเค้า.......เค้าตายแล้ว"
"........................" ผมพูดอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งฟังกระบองเพชร
"นี่ตื่นมาตอนเช้าเค้าก็ไม่หายใจแล้วล่ะ
เมื่อคืนยังมานินทาคีย์ให้ฟังอยู่เลยว่ามาแอบดูอะไรก็ไม่รู้
ดูสิหน้ายังนอนยิ้มอยู่เหมือนเมื่อคืนเลยนะ
เค้าคงไปอย่างมีความสุขแล้วล่ะ....
เราเสียดายก็แต่ที่เค้าไปไม่ทันได้ลาเราเลย"
เสียงของกระบองเพชรลอยๆเศร้าๆแต่น่าแปลกที่ผมไม่เห็นน้ำตาซักหยด
"รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวเรามา" ผมบอกแล้วเดินมาหยิบมือถือในออฟฟิศ
"พี่เห็ดฝากเพลงนี้ไว้ให้น่ะ" ผมวางมือถือไว้ข้างกระถางแล้วกดเพลย์
ตัวหนังสือที่หน้าจอขึ้นว่า
Moderndog ...บรรทัดถัดไปขึ้นว่า
ขอบคุณ
เสียงเพลงเริ่มดังขึ้น ผมคว้ากระถางแล้วขอตัวไปรดน้ำต่อ
.
.
.
.
.
ผมรดน้ำเสร็จและเดินมาหากระบองเพชร
เสียงเพลงเงียบไปแล้ว
กระบองเพชรนั่งอยู่ข้างๆร่างของพี่เห็ดและกุมมือของเค้าไว้
เธอยิ้มทั้งน้ำตาแล้วเอ่ยกับผมมาสั้นๆ
"ขอบคุณนะ" 5 mai ช่างทำรุนแรงเหลือเกินเวลา 20.20 ณ ร้านตัดผมแห่งหนึ่งย่านรังสิต
ร้านที่ผมไม่เคยมาและไม่เคยรู้จักมาก่อน
กับช่างตัดผมหน้าดุและไม่ช่างพูด(เอาซะเลย)คนหนึ่ง
หลังจากแอบมองหน้าพี่เค้าผ่านกระจกเสียงลึกๆจากในใจก็บอกมาว่า
"ช่างตัดผมไม่ได้เอาหน้าตัดผมน่า ชิวๆ"
อืมๆ จริงของมันแฮะ ใจเรานี่พูดอะไรไม่เคยผิดเลย
หลังจากเริ่มผ่อนคลายขึ้นผมก็เริ่มสนใจกับสิ่งรอบตัวขึ้นมาบ้าง
เสียงเพลงจากร้านอาหารกึ่งผับข้างๆก็เริ่มเข้าหูให้ได้ยินเนื้อเพลง
...ดั่งนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง...
เอ่อ ไม่ใช่ว่าได้ยินเพลงนี้หรอกนะ
แต่ท่อนแรกจริงๆหลังจากสติเริ่มอยู่กับเนื้อกับตัว(แหม็ง)ดันเป็นท่อนนี้
"ช่างทำรุนแรงเหลือเกิน........."
โอ้ว เสียงพี่หนุ่ยที่เคยฟังแล้วก็เฉยๆกลับเรียกอารมณ์ได้อย่างประหลาด
...อารมณ์หวาดๆซะด้วย - -"
มือซ้ายของช่างประคองหัวของผมไว้เบาๆ
มือขวาถือปัตตะเลี่ยนสีดำเงาวับพร้อมที่ครอบพิเศษไว้สำหรับตัดทรงสกินเฮด
พี่ช่างค่อยๆไถอย่างเบามือ
ปัตตะเลี่ยนที่ได้ลับคมไว้อย่างดีทำให้แรงเสียดทานระหว่างหัวกับปัตตะเลี่ยนไม่มี
อุปมาคล้ายมีคนมานวดศีรษะให้
สติของผมเริ่มเลือนลางไปทุกที
และแล้วผมก็ตีตั๋วชุดเข้าไปสู่ดรีมเวิลด์อย่างง่ายดาย
zzzzzzzzzZZZZZZZZZZZzzzzzzzzzz
...ทั้งหมดที่บรรยายมานี่คือเรื่องที่มักเกิดขึ้นในการตัดทรงสกินเฮดในอดีตนะ
มือซ้ายไม่รู้เก็บไว้เกาตูดรึไง
รู้แต่ว่าไอ้คุณช่างแหม็งใช้มือขวาไถอยู่มือเดียว
แถมไถด้วยความเร็วหน้าผากถึงท้ายทอยภายใน0.381วินาที
(เทียบเป็นรถก็ราวๆ 195 กม./ชม. อะนะ) - -"
ไถแต่ละทีหัวต้องฟอโลว์ทรูตามปัตตะเลี่ยนไปด้วย
ถ้าอยู่เฉยๆหรือขืนไว้มีหวังคอเคล็ดได้ง่ายๆ
จริงๆก็อยากจะคิดหรอกนะว่า"เอสเปรสโซ่ครีมเม่"ของร้านคอฟฟี่เวิลด์ที่กินไปตอนบ่ายมันทำให้นอนไม่หลับ
แต่ว่ามันไม่ใช่ว้อยยยยยยยยย
ที่กรูนอนไม่หลับทั้งหมดมันเป็นเพราะ...
ใจผมที่พูดถูกเสมอร้องเพลงแทรกมาซะก่อนว่า
"ช่างทำรุนแรงเหลือเกิน~~~"
...โห เสียงได้อารมณ์กว่าพี่หนุ่ยล้านเท่าเลยว่ะ
ขอเปลี่ยนสีบล็อกนี้เพื่อไว้อาลัยแด่การจากไปของป้าเอิญครับ
ขอให้ป้าหลับให้เป็นสุขนะครับ... 1 mai she's the cactus and he's the mushroom#3แม้ว่าหลังจากสงกรานต์จะมีฝนตกบ่อยทำให้อากาศค่อนข้างชื้นยังไง
แต่อาการของพี่เห็ดก็มีแต่ทรุดกับทรุด
กลีบดอกที่เคยขาวนวลก็ดำคล้ำลงเรื่อยๆ
ลำต้นที่นุ่มนิ่มเริ่มมีความแข็งกระด้างเข้ามาแทน
แต่ทั้งคู่ก็ยังทำตัวเหมือนปรกติเช่นเดิม
ยังรักกันดีเหมือนและอาจจะมากกว่าเดิม
หลังจากที่พี่เห็ดชมว่า"รำคาญ"ตอนร้องเพลงเมื่อวันก่อน
ไม่รู้ว่าเพราะไม่อยากให้ไอ้พี่เห็ดท่านรำคาญอีก
หรือว่าอยากจะให้มีความทรงจำเกี่ยวกับพี่เห็ดมากขึ้น
สุดท้ายผมก็เลิกร้องเพลงขณะรดน้ำแล้วหันไปคุยกับพวกเค้าแทน
อาการของพี่เห็ดทรุดลงไปมาก
ผมกะคร่าวๆว่าคงอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งอาทิตย์
ผมตั้งใจว่าช่วงสุดท้ายนี้อยากจะดูแลทั้งคู่ให้ดีที่สุด
แต่ในคืนหนึ่งที่ผมกลับบ้านแม่ก็ออกมารอเพื่อบอกว่า
อาม่าไม่สบายต้องไปนอนโรงพยาบาลและผมต้องไปเฝ้า
จากประวัติการนอนโรงพยาบาลครั้งก่อนๆ
อาม่าเข้าโรงพยาบาลทีไรไปนอนไม่เคยน้อยกว่า5วัน
ผมก็ไม่รู้ว่าคราวนี้จะไปนอนซักกี่วัน
ผมเตรียมชุดไปสำหรับ5วัน...และหวังว่ามันคงจะพอ
27 avril ข้อคิดและข้อสงสัยจากการไปนอนโรงบาล1. การพูดคุยกันของคนป่วยและคนเยี่ยมมักจะดีเสมอ
...แต่ทำไมต้องรอคุยกันตอนเข้าโรงบาลด้วย
ตอนยังสบายดีก็คุยกันได้นะ
2. เข้าใจเลยว่าทำไมโครงการ30บาทรักษาทุกโรค
ที่ทำระบบการแพทย์พังทั้งระบบยังมีคนเห็นว่าดี
...อาม่าผมนอนไป3วันต้องจ่ายหลักหมื่นเลยง่ะ - -"
3. นอกจากของเยี่ยมไข้ที่คนเฝ้าเป็นคนกิน(เกือบ)ทั้งหมดแล้ว
อาหารผู้ป่วยที่กินไม่หมดคนกินก็ไม่ใช่ใครอื่น
4. ถ้ากดปุ่มเรียกพยาบาลแล้วบอกไปว่า"คิดถึง"จะเป็นยังไงน้อ
5. การเรียนจบพยาบาลคาดว่าน่าจะใช้เวลานานมาก
ไปมาหลายโรงบาลไม่เคยเจอพยาบาลอายุน้อยๆเลย T_T
6. เดินออกจากโรงบาลไปนิด อาหารที่ถูกกว่าและอร่อยกว่าอยู่รอบๆนั่นแหละ
7. ถ้าต้องการหนีจากนักข่าว โรงบาลวิชัยยุทธเหมาะอย่างยิ่ง
ทีนี่ไม่มีป้ายชื่อคนไข้หน้าห้องพัก
8. คลื่นจีเอสเอ็มแรงไม่เท่าคลื่นรังสีเอ็กซ์หรอก อย่าพยามโทรเลย |
||||
|
|